คลังเก็บหมวดหมู่: เศรษฐกิจ

ถกปรับเกณฑ์ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5” – รับนักท่องเที่ยวจีน เน้นคนไทยปลอดภัย

“ลุงตู่” เรียกถกปรับรายละเอียด “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5” จำนวน 5.6 แสนสิทธิ์ รอบนี้ไม่รวมตั๋วเครื่องบินและลดเหลือคนละไม่เกิน 5 ห้อง/คืน พร้อมวางแผนรับนักท่องเที่ยวจีน เน้นคนไทยปลอดภัย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ในวันทำงานสุดท้ายของปี 2565 ที่ทำเนียบรัฐบาล ตามปกติ โดยช่วงเช้า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นายเฉลิมพล เพ็ญสูตร ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อรายงานปัญหาด้านงบประมาณสำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการ “เราเที่ยวด้วยกันเฟส 5” และงบประมาณเพื่อการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว รวมถึงมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีน หลังทางการจีนเปิดประเทศ ในวันที่ 8 ม.ค. 2566 คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามายังประเทศไทยจำนวนมาก

เศรษฐกิจ

ต่อมาภายหลังการหารือราว 1 ชั่วโมง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า เบื้องต้นนายกรัฐมนตรีให้นโยบายให้ไปจัดทำโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 จำนวน 560,000 สิทธิ์ วงเงิน 2,000 ล้านบาท แต่ละสิทธิ์จะได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลสูงสุด 3,600 บาท สำหรับค่าห้องพักและเวาเชอร์ ส่วนตั๋วเครื่องบินไม่ให้แล้ว และลดจำนวนสิทธิ์จากโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 4 ส่วนขยาย ที่จำกัดสิทธิ์คนละไม่เกิน 10 ห้อง/คืน เหลือคนละไม่เกิน 5 ห้อง/คืน ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว จำนวน 2,000 ล้านบาท จะเป็นงบประมาณสำหรับการทำตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศของ ททท. คาดว่าจะเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 10 ม.ค. 2566

ทางด้าน ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาปรับเปลี่ยนรายละเอียดบางส่วนของโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 5 เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ขณะเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ ได้ฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดมาตรการดูแลนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน ภายหลังจีนประกาศเตรียมเปิดประเทศ โดยจะต้องดูแลความปลอดภัยให้กับคนไทยเป็นหลัก ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแล้ว และกระทรวงสาธารณสุขก็มีการหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันโรคโควิด-19 มั่นใจว่าจะมีนักท่องเที่ยวจีนเริ่มทยอยเดินทางเข้ามาในวันที่ 5 ม.ค. 2566 ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมพร้อมและเน้นดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้กับคนไทยต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องเตรียมการไว้

พร้อมกันนี้ นายยุทธศักดิ์ ยอมด้วยรับว่า นักท่องเที่ยวจีนเป็นลูกค้าหลักของไทยในช่วงที่ผ่านมาและหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ก็จะมาช่วยเติมเต็ม โดยเฉพาะในช่วงโลว์ซีซั่น เนื่องจากนักท่องเที่ยวระยะไกลยังไม่ได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทย จึงถือเป็นเรื่องดีที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ประเทศไทยไม่ได้เตรียมการต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นพิเศษ เนื่องจากภาคเอกชนอยากให้เป็นไปตามกลไกปกติเหมือนอย่างประเทศนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่น ดังนั้น หลังจีนเปิดประเทศแล้วภาคเอกชนคาดการณ์ว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจีนประมาณ 300,000 คน ส่งผลให้ ททท. มีการปรับเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากเดิม 20 ล้านคนเป็น 25 ล้านคนต่อปี และในส่วนของรายได้ ยังคงยึดเป้าหมายเดิมที่ 2.4 ล้านล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 5 ม.ค. นี้ จะมีการจัดประชุมร่วม 3 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือร่วมกันเกี่ยวกับมาตรการรองรับนักท่องเที่ยวจีนเป็นการเฉพาะอยู่ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมพร้อมและเน้นดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพให้กับคนไทยต่อไป ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญที่จะต้องเตรียมการไว้

อ่านข่าวเพิ่มเติม : สศช. คงเป้า GDP ไทยปี 65 โต 3.2% ส่งออก 7.5%

สศช. คงเป้า GDP ไทยปี 65 โต 3.2% ส่งออก 7.5%

สศช. คงเป้า GDP ไทยปี 65 โต 3.2% ส่งออก 7.5%

เศรษฐกิจ

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เปิดเผยว่า ทาง สศช. ยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะขยายตัวที่ 3.2% โดยมีอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 6.3% ด้านการส่งออกคาดว่าทั้งปีนี้จะขยายตัวที่ 7.5%

ส่วนแนวโน้มในปี 2566 ทาง สศช. คาดว่าจะขยายตัวได 3-4% โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว การขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศทั้งการลงทุนและการบริโภค ขณะที่การส่งออกสินค้าคาดว่าจะขยายตัวได้ 1% ด้านเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัวเฉลี่ย 2.5%-3.5%

ส่วนการประมาณการเศรษฐกิจโลกปีนี้ทาง สศช. ได้ปรับลดเหลือ 3.1% ในปีนี้จากเดิม 3.3% ส่วนปี 2566 จะขยายตัว 2.6%